Monday, March 18, 2019

เคล็ดลับการตลาด SOCIAL MEDIA สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

คุณเคยมีปัญหากับการลงโฆษณาใน Social Media แล้วไม่ค่อยได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจไหม?

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก งบประมาณคงเป็นเรื่องหลักในการลงทุน โดยเฉพาะการทำโฆษณาแบบเดิมๆ ที่ทำป้ายไปติดตามเสาไฟฟ้าหรือต้นไม้ริมทาง หรือทำโปสเตอร์ไปแปะข้างรั้วข้างกำแพง ทำป้ายหน้าร้าน ป้ายบอกทาง ป้ายสาระพัดป้าย ไม่ว่าคุณจะทำโฆษณาแบบไหนก็ต้องใช้ทุนในการทำโฆษณาทั้งสิ้น นอกจากค่าทำป้ายแล้วยังต้องจ้างคนไปติด ค่าสั่งพิมพ์ใบปลิว ค่าจ้างเด็กแจกใบปลิว โอ๊ย….สาระพัดค่าใช้จ่ายที่ต้องคำนึง

หมดยุคของการทำป้ายติดเสาไฟฟ้า แจกใบปลิว ไล่ล่าชื่อลูกค้าตามห้างสรรพสินค้าแล้วล่ะ

เพราะปัจจุบันใครๆ ก็หันมาใช้การโฆษณาทางออนไลน์ หรือ Social Media กันมากขึ้นแล้ว
เพราะอะไรน่ะหรือ?
ก็เพราะว่าต้นทุนถูกกว่า ส่งกระจายออกไปได้กว้างกว่า เจาะกลุ่มผู้สนใจได้ตรงเป้าหมายกว่า โดยไม่ต้องหว่านแหหาปลาในมหาสมุทรแบบการโฆษณาเดิมๆ อีกต่อไป
และนอกจากนี้สิ่งสำคัญที่ธุรกิจขนาดเล็กควรคำนึงคือ ค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณา ซึ่งคุณสามารถกำหนดงบได้ตามต้องการหากโฆษณาผ่าน Social Media
สื่อสังคมออนไลน์เป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์ หากคุณคือ Startup หรือธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลาง Social Media เป็นเกมใหญ่ที่เข้าถึงผู้ชมเป้าหมายของคุณได้อย่างเหมาะสม คุณไม่จำเป็นต้องใช้ Social Media ทั้งหมด แต่เพียงเลือกเครือข่ายบางอย่างที่เหมาะสมกับแบรนด์หรือธุรกิจของคุณก็พอ

สื่อสังคมออนไลน์สามารถช่วยในการตะโกนดังๆ ว่าแบรนด์ฉันชื่อนี้นะ

เพื่อให้คนจดจำแบรนด์ของคุณ การสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าที่เรียกว่า CRM (Customer Relationship Management) จึงเป็นสิ่งสำคัญ หากคุณมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเขาเหล่านั้นแล้วในที่สุดก็จะได้ยอดขาย
Social Media ช่วยคุณเพิ่มยอดขายได้โดยการจัดการและโพสต์เนื้อหาที่สามารถแชร์ได้และมีคุณค่าไปยังแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างสม่ำเสมอและรวดเร็ว ตอบคำถามลูกค้าหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่จำเป็น ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายที่เริ่มสนใจเป็นลูกค้าของคุณ

9 เคล็ดลับการตลาด Social Media มีอะไรบ้าง อยากรู้แล้วซิ!

9 เคล็ดลับการตลาด Social Media สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่เรานำมาแบ่งปันและหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณ
อยากรู้ต้องอ่านต่อ…….

1. วางแผนกลยุทธ์การตลาดเพื่อสื่อสังคมออนไลน์ของคุณ

สื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทที่สำคัญในการสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์ การส่งเสริมการขายสินค้า การเชื่อมต่อธุรกิจของคุณกับผู้ชมเป้าหมายและลูกค้า รวมถึงการเพิ่มรายได้ของคุณ แผนการตลาดสื่อสังคมออนไลน์ของคุณควรได้รับการวางกลยุทธ์เพื่อการบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ

2. สร้างบุคลิกสมมุติของผู้ซื้อ

บุคลิกสมมุติของผู้ซื้อคือแบบจำลองของผู้ซื้อในอุดมคติ บุคลิกสมมุติของผู้ซื้อจะช่วยให้คุณวาดแนวคิดของลูกค้าที่มีศักยภาพของคุณซึ่งหมายถึงบุคคลที่จะซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ หากไม่มีรายละเอียดของผู้ซื้อที่สมมุติการทำแผนการตลาดและการขายก็จะไม่ถูกส่งไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม โปรไฟล์ผู้ซื้อสมมุติควรมีข้อมูลต่อไปนี้:
persona.png

3. เลือกเครือข่าย Social Media ของคุณอย่างชาญฉลาด

เมื่อคุณมีบุคลิกสมมุติของผู้ซื้อในมือแล้ว ถึงเวลาที่คุณควรเลือกเครือข่าย Social Media ที่จะเข้าถึงผู้ชมเป้าหมายของคุณ คุณสามารถสร้างบุคลิกสมมุติของผู้ซื้อได้ถึง 5 คนสำหรับ 5 เครือข่าย Social Media หรือเพียงไม่กี่คน
  • เลือกเครือข่ายโซเชียลมีเดียที่ดีที่สุดที่ผู้ชมเป้าหมายของคุณใช้ประจำ
  • สร้างโปรไฟล์ของคุณที่น่าเชื่อถือ
  • บุคลิกภาพทางธุรกิจของคุณคืออะไร? ใส่รายละเอียดความเป็นตัวคุณ
  • สิ่งที่คุณต้องการให้ลูกค้าของคุณรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณ
  • คุณทำอะไร บอกลักษณะธุรกิจของคุณ
  • พวกเขาสามารถค้นหาคุณได้อย่างไรและวิธีการในการเข้าถึงคุณ ใส่ชื่อ ที่อยู่และโทรศัพท์ติดต่อ
  • ข้อความรับรองที่ผู้คนพูดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณหรือไม่ คำรับรองแนะนำจากลูกค้าของคุณ เพื่อให้เครดิตกับธุรกิจคุณในความน่าเชื่อถือ

4. เขียนหัวข้อบทความและเนื้อหาที่โดดเด่น

เนื้อหาช่วยในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคุณกับผู้ชมเป้าหมายหรือลูกค้าของคุณ
  • วางแผนการตลาดเนื้อหาของคุณล่วงหน้า
  • สิ่งที่คุณต้องการมอบให้เป็นประโยชน์ต่อผู้ชมของคุณคืออะไร?
  • สิ่งที่พวกเขาต้องการที่จะเรียนรู้หรือควรรู้เกี่ยวกับคุณคืออะไร?
  • คุณจะช่วยให้ลูกค้าของคุณเติมเต็มความต้องการได้อย่างไร?

5. แชร์เนื้อหาเป็นประจำ

  • รักษาความเป็นผู้นำทางออนไลน์หรือ Social Media อย่างสม่ำเสมอ
  • แบ่งปันเนื้อหาของคุณเมื่อคุณตัดสินใจว่า Social Media ไหนดีที่สุดสำหรับเนื้อหาแล้ว ก็ถึงเวลาที่เหมาะสมในการโพสต์กระจายออกไปตาม Social Media ต่างๆ
  • โพสต์รูปภาพและวิดีโอจะได้รับการชอบและมีการแชร์ และการอ่านหรือการดูมากกว่าวิธีอื่น
  • คุณอาจใช้เนื้อหาวิดีโอสด (Live Video) เพื่อเข้าถึงผู้ชมของคุณในแบบเรียลไทม์ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ได้ดีขึ้นในขณะที่คุณสามารถตอบคำถามของพวกเขาได้ทันที

6. โต้ตอบกับกลุ่มเป้าหมายของคุณอย่างสุภาพ

ลูกค้าคือหัวใจหลักของธุรกิจ คุณไม่สามารถขายสินค้าหรือบริการได้โดยไม่ต้องมีลูกค้า และนี่เป็นเหตุผลสำคัญในการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจะเข้าใจว่าควรจะมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าที่ดีโดยควรยกย่องและบริการเขาอย่างสุภาพ

7. สร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและสม่ำเสมอกับลูกค้า

ลูกค้าจะรู้สึกสะดวกหากเข้าถึงคุณผ่านสังคมออนไลน์ได้ง่ายขึ้น ตอบข้อความทันทีและให้คำแนะนำที่ดีที่สุดแก่พวกเขา ทำให้พวกเขารู้สึกว่าคุณใส่ใจบริการและพร้อมดูแลพวกเขาเมื่อพวกเขาต้องการคำตอบ

8. เพิ่มประสิทธิภาพความพยายามทางการตลาดสื่อสังคมออนไลน์ของคุณ

คุณควรประเมินผลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ Social Media ที่ใช้ในปัจจุบันเพื่อความมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยให้คุณเข้าใจมากขึ้นและช่วยในการตัดสินใจเลือกเครือข่าย Social Media ที่ผู้ชมเป้าหมายของคุณเข้าชมบ่อยๆ รวมทั้งเวลาที่เหมาะสมในการโพสต์เนื้อหาของคุณ
นอกจากนี้แล้วผลการประเมินยังช่วยให้คุณปรับปรุงการจัดการกับสื่อสังคมออนไลน์ การปรับปรุงโปรไฟล์และปรับปรุงวิธีการใช้ Social Media เพื่อเชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

9. ตระหนักถึงคู่แข่งของคุณ

คู่แข่งของคุณคือตัวทดสอบและกรณีศึกษาที่ดีที่สุดของคุณ เฝ้าดูคู่แข่งของคุณว่าพวกเขากำลังทำอะไรหรือไม่ทำอะไรบ้างเพื่อประโยชน์ในการวางแผนทางการตลาดและการขายของคุณ วัดจุดแข็งและจุดอ่อนรวมถึงการวัดผลการตลาดของคู่แข่งเพื่อนำมาปรับใช้กับกลยุทธ์ของคุณเอง

ก่อนคุณจะปิดหน้าต่างนี้

คุณวางแผนการตลาดและการขายไว้หรือยัง?
คุณสร้างบุคลิกสมมุตผู้ซื้อหรือยัง?
Social Media ไหนที่กลุ่มเป้าหมายของคุณชอบใช้เป็นประจำ?
บริการสำหรับลูกค้าต้องการทำโฆษณา ติดหน้าแรก google/Facebook/IG และเรายังสามารถ รับสอน seo ขั้นพื้นฐานได้ และอยาก รับทำ seo เราก็จะจัดให้

Sunday, March 17, 2019

การตลาดออนไลน์ และ 9 ขั้นตอนการเริ่มต้นการตลาด


เจ้าของธุรกิจหลายคนจะรู้สึกเหมือนกันว่าการตลาดออนไลน์ (Online Marketing) เป็นเรื่องที่สลับซับซ้อน และเข้าใจยาก หลายต่อหลายครั้งที่เขาจ่ายเงินทำโฆษณาออนไลน์ไป แต่กลับไม่ได้ลูกค้ามากขึ้นดังที่ใจคิด
อีกทางหนึ่งที่เจ้าของธุรกิจจะทำ คือ การจ้างนักการตลาดออนไลน์เป็นที่ปรึกษา ดูแลการตลาดออนไลน์ให้แทน แต่ถ้าหากยังไม่ได้ผล ทำไมเจ้าของธุรกิจถึงไม่ลองทดสอบและเรียนรู้ด้วยตัวเองบ้างล่ะ ? ซึ่งอาจจะพบวิธีทำการตลาดออนไลน์และได้ลูกค้าใหม่ๆมาก็เป็นได้
บทความนี้ ” 9 ขั้นตอน เริ่มต้นทำการตลาดออนไลน์ ” จะเป็นการแนะนำ วิธีการทำการตลาดออนไลน์ด้วยตัวเอง ซึ่งนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด ที่จะลองลงทุนเรียนรู้ และหาหนทางในการทำการตลาดออนไลน์ด้วยมือของคุณเองครับ

1. เริ่มต้นที่ Social Media

Social Media คือ เครือข่ายผู้บริโภคขนาดใหญ่ สถานที่ที่สามารถสร้างการรับรู้ (Awareness) และการ PR เป็นอย่างดี เพราะด้วยความสามารถในการกดชอบ (like), แสดงความคิดเห็น (Comment) และการแชร์ (Share) ล้วนส่งผลดีแทบทั้งสิ้น
สามารถสร้าง Facebook Fanpage ได้ที่ คลิ๊กสร้าง Fanpage

2. เริ่มต้นเขียนบล็อก (Blog)

อย่าเพิ่งปฏิเสธการเขียน Blog เพราะ การเขียนบทความ (Articles) ใน Blog นั้นมีคุณค่ากับธุรกิจเป็นอย่างยิ่ง เช่น การสร้างการรับรู้ (Awareness), ความน่าเชื่อถือ (Credibility) และ ความเป็นผู้นำในกลุ่มธุรกิจ (Authority)
Tip : การเขียน Blog จะไม่เหมือนการเขียนงานเรียงความในมหาลัย (ซึ่งนั้นอาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่ท่านเขียน) โปรดใช้เทคนิคการเขียนที่ง่ายต่อการอ่านแบบสแกน และย่อยข้อมูลให้เข้าใจง่าย โดยเนื้อหาใจความโดยรวมไม่หลุดประเด็นไปจากหัวข้อหลัก

3. สร้างความสำพันธ์ ผ่านช่องทางสื่อ

สื่อออนไลน์เป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มจำนวนการเข้าถึงของคนเข้าชมใหม่ๆ ถ้าที่ปรึกษาหรือทีมงาน ไม่ได้สร้างสายสำพันธ์กับนักเขียน หรือ Bloggers ไว้เลย มันคงน่าเสียดายมาก เพราะผู้เข้าชมส่วนใหญ่จะอยากติดต่อและพูดคุย สอบถามกับธุรกิจนั้นๆที่เขาสนใจ
Tip : ติดตามนักเขียน ในช่องทางสื่อออนไลน์ต่างๆ เช่น Facebook, Twitter ในกลุ่มธุรกิจของท่าน เพื่อที่จะแบ่งปันเนื้อหา แสดงความคิดเห็น เพื่อทราบทิศทางร่วมกันในอนาคต เวลาที่จะต้องนำเสนอข่าวสารร่วมกัน

4. นำเสนอเนื้อหาที่คนเข้าชมต้องการ

เชื่อมกับลูกค้าคนสำคัญได้ง่ายดายผ่านเนื้อหาที่ปรับแต่งเพื่อให้ใช้งานง่าย ในทางข้อมูล 61% ของลูกค้าส่วนใหญ่จะซื้อสินค้าจาก Brand ที่นำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกัน
Tip : ใส่ใจปัญหาผู้ฟังเป็นหัวข้อสำคัญในการทำเนื้อหาที่จะนำเสนอ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดเนื้อหา และพัฒนารายงาน, eBooks, คู่มือ และ โพสบล็อก ที่ให้คุณค่ากับลูกค้าของท่าน

5. ใส่ใจการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติ (Analytics)

มันง่ายดายที่จะรู้ว่าช่องทางสื่อออนไลน์ไหน ที่สร้างจำนวนคนเข้าชมได้มากมายผ่านเครื่องมือสถิติ เช่น Google Analytics เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ท่านไม่ควรทิ้งมัน หากแต่จะช่วยทำให้โฟกัสการทำงานได้มากยิ่งขึ้นในสื่อนั้นๆ
Tip : ติดตั้ง Google Analytics ในเว็บไซต์ของคุณ เพื่อที่จะเช็คว่า กลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์ ผ่านช่องทางไหนที่ได้ผลที่สุด

6. เช็คให้แน่ใจว่า E-Mail Marketing ยังสื่อสารถึงคนอ่านอยู่เสมอ

หากพูดถึงทุกวิธีทำการตลาด E-Mail Marketing ยังคงใช้ได้ผลอยู่เสมอ เป็นหนทางที่จะส่งเนื้อหาไปถึงผู้อ่านได้โดยตรง เพื่อเปลี่ยนให้เป็นลูกค้าที่จะซื้อของจากท่าน และยิ่งท่านมีฐานสมาชิก E-Mail List มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งประสบความสำเร็จในการเข้าถึงมากขึ้นเท่านั้น
Tip : โปรดใช้เวลาและใส่ใจกับหัวข้อใน E-Mail ให้มากหน่อย เพราะ 64% ของผู้รับจะเปิด eMail หลังจากที่เขาอ่านหัวข้อแล้วสนใจ เวลาที่ท่านใช้ไปกับการสร้างสรรค์หัวข้อ E-Mail จะช่วยการันตีถึงจำนวนการเปิดอ่านได้มากยิ่งขึ้น

7. ปรับแต่งเว็บไซต์ (SEO) ให้ดีเยี่ยม

เช็คให้แน่ใจว่า Keywords บทเว็บไซต์ของท่าน เป็นสิ่งที่คนอ่านกำลังค้นหาอยู่จริงๆ ด้วยเครื่องมือวางแผนคำหลัก (Keyword Planner Tools) ของ Google ใน Adwords
หากในเว็บไซต์ของท่านไม่มีเนื้อหา หรือ Keywords ที่เกี่ยวข้อง จะเป็นไปได้สูงที่คนจะออกจากเว็บไซต์ของท่านทันที ส่งผลให้อัตราการออก (Bounce rate) ใน Google Analytics สูงขึ้น และ การตอบสนองจากผู้อ่านจะลดน้อยลงไป
Tip : หากธุรกิจของท่านมีคำค้นหา (keywords) ที่หลากหลาย โปรดอย่ามองข้ามคำค้นหาที่เป็นภาษาพูด เพราะคำเหล่านี้ผู้อ่านมักจะใช้พิมพ์คําค้นหาใน Google ท่านสามารถใส่คำภาษาพูดที่เข้าใจง่ายในหน้า Blog ของท่านได้ครับ

8. จัดเวลาเป็น นักเขียน Blog รับเชิญบ้าง (Guest Blogging)

ท่านสามารถเข้าถึงคนอ่านได้มากมายผ่าน Blog ของท่าน แต่ท่านก็สามารถเพิ่มจำนวนคนอ่านใน Blog อื่นๆที่มีชื่อเสียงได้ผ่านการเป็นนักเขียน Blog รับเชิญ ซึ่งมีหลายๆ Blog ก็ยินดีต้อนรับ Guest Blogging
Tip: การเขียน Guest Blogging ควรเขียนในเนื้อหาที่มีเป็นประโยชน์กับคนอ่านของเจ้าของ Blog เป็นสำคัญ เพื่อที่เนื้อหาที่เขียนนั้น สอดคล้องกับเนื้อหาเดิมใน Blog ก่อนหน้านี้

9. เช็คให้แน่ใจว่า ขั้นตอนการทำงานทั้งหมด รวมกันเป็นหนึ่งเดียว และสอดคล้องกันเป็นอย่างดี

ทุกขั้นตอนสามารถทำได้สำเร็จได้ แต่ควรเช็คให้แน่ใจว่าทุกขั้นตอนนั้นทำงานสอดคล้องกันเพื่อให้ถึงเป้าหมายหลัก (Goal) ที่วางไว้ของธุรกิจของท่าน
Tip : ก่อนที่จะทำการตลาดออนไลน์ ควรกำหนดเป้าหมายไว้เรียบร้อยแล้วว่าคืออะไร ? เช่น ต้องการเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บไซต์ (Website Traffic), เพิ่มยอดขาย 200% หรือต้องการจะโปรโมทสินค้าตัวใหม่ โดยทุกๆขั้นตอนควรพุ่งประเด็นไปที่เป้าหมายของท่าน

การลงมือทำ ” การตลาดออนไลน์ ”  จะได้ผลลัพธ์ที่วิเศษ

ถ้าท่านต้องการเงินในระยะสั้น การจ้างนักการตลาดออนไลน์เพื่อเป็นที่ปรึกษา อาจจะช่วยให้ท่านได้ผลลัพธ์ที่ต้องการได้ แต่ในธุรกิจขนาดเล็ก (SME) การขับเคลื่อนกลยุทธ์การตลาด โดยการลงมือทำด้วยตัวเอง จะทำให้เข้าใจลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นอันส่งผลต่อผลลัพธ์ทางการตลาดที่ดีที่สุด
แบ่งเวลาที่ท่านมี เพื่อศึกษาขั้นตอนการทำการตลาดออนไลน์บ้าง และเทคนิคที่เผยแพร่ในบทความนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่ท่านสามารถทดลอง เรียนรู้ และลงมือทำได้ทันที

พื้นฐานที่ควรมี (จาก Wikipedia)

การตลาดออนไลน์ ((Online Marketing) หรือ การตลาดบนอินเทอร์เน็ต ( Internet marketing)  คือ อะไร ? หรืออาจใช้ว่า i-marketing, web-marketing, Digital Marketing, การตลาดออนไลน์ (online-marketing) หรือ การตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (e-Marketing) หมายถึง การดำเนินกิจกรรมทางการตลาดโดยใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลาง และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มาผสมผสานกับวิธีการทางการตลาด การดำเนินกิจกรรมทางการตลาด อย่างลงตัวกับลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายขององค์กรอย่างแท้จริง ซึ่งในรายละเอียดของการทำการตลาด E-Marketing จะมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
  1. เป็นการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายในลักษณะเฉพาะเจาะจง (Niche Market)
  2. เป็นลักษณะเป็นการสื่อสารแบบ 2 ทาง (2 Way Communication)
  3. เป็นรูปแบบการตลาดแบบตัวต่อตัว (One to One Marketing หรือ Personalize Marketing) ที่ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายสามารถกำหนดรูปแบบสินค้าและบริการได้ตามความต้อง การของตนเอง
  4. มีการกระจายไปยังกลุ่มผู้บริโภค (Dispersion of Consumer)
  5. เป็นกิจกรรมที่นักการตลาดสามารถสื่อสารไปยังทั่วทุกมุมโลก ตลอด 24 ชั่วโมง (24 Business Hours)
  6. สามารถติดต่อสื่อสาร โต้ตอบ ปฏิสัมพันธ์ได้อย่างรวดเร็ว (Quick Response)
  7. มีต้นทุนต่ำแต่ได้ประสิทธิผล สามารถวัดผลได้ทันที (Low Cost and Efficiency)
  8. มีความสัมพันธ์กับกิจกรรมการตลาดแบบดั้งเดิม (Relate to Traditional Marketing)
  9. มีการตัดสินใจในการซื้อจากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ (Purchase by Information)
บริการสำหรับลูกค้าต้องการทำโฆษณา ติดหน้าแรก google/Facebook/IG และเรายังสามารถ รับสอน seo ขั้นพื้นฐานได้ และอยาก รับทำ seo เราก็จะจัดให้

Thursday, March 14, 2019

ทักษะที่นักการตลาดออนไลน์ชั้น ‘เซียน’ ทุกคนต้องมี!


1. ต้องคุ้นเคยกับเทคนิคต่างๆที่ใช้ในการตลาดออนไลน์

ขั้นแรกคุณต้องรู้เกี่ยวกับเทคนิคหรือความรู้เฉพาะทางที่ต้องใช้ในการทำการตลาดออนไลน์ อย่างเช่น SEO เว็บดีไซน์ หรือ user experience อย่าเพิ่งเข้าใจสีดาผิดนะคะเพราะไม่ใช่ว่าคุณจะต้องเชี่ยวชาญในสิ่งที่สีดายกตัวอย่างไป แต่แค่ต้องรู้เอาไว้บ้างเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น

2. ความถนัดในการค้นคว้า

online-marketing1
เพราะการค้นคว้าคือพื้นฐานของการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด ไม่ใช่แค่เพราะมันสำคัญแค่ใช้ในการค้นหาเทรนด์ใหม่ๆ แต่การค้นคว้าจะช่วยให้คุณสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายและวิเคราะห์คู่แข่งทางกการตลาดได้อีกด้วยการเข้าถึงข้อมูลและรู้ว่าจะใช้มันยังไงคือหัวใจสำคัญของความสำเร็จของกิจกรรมทางการตลาด

3. ทักษะการเขียนอย่างมืออาชีพ

หากคุณอยู่ในฟิลด์ของ Content marketing คุณคงจะรู้ว่าการตลาดที่ต้องแข่งขันกันด้วยบทความนั้นต้องอาศัยความเป็นมืออาชีพแค่ไหน คุณต้องมีบทความเฉพาะด้านที่น่าติดตาม มีความเป็นเอกลักษณ์ และที่สำคัญต้องเป็นบทความที่ช่วยส่งเสริมแบรนด์ของคุณ แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นทักษะการเขียนจะช่วยให้คุณสามารถเขียรกลยุทธ์ แผนการทางการตลาด รายงาน และวาระการประชุมได้อย่างชัดเจน เข้าใจง่าย

4. การสื่อสารและการบริหารจัดการทีมงาน

นอกซะจากคุณจะเป็นเจ้าของแบรนด์นั้นๆ คุณก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานอยู่วันยังค่ำ ทักษะการสื่อสารและการบริหารจัดการทีมงานจึงเป็นทักษะที่จำเป็นต้องมี คุณไม่มีทางนำแผนการตลาดไปใช้ได้อย่างราบรื่นหากไม่มีทีมงานช่วยผลักดัน และการสื่อสารที่ไม่เป็นระเบียบแบบแผนก็ทำให้แผนงานที่ดีมากพังไม่เป็นท่าได้เหมือนกัน

5. การบริหารจัดการลูกค้า

online-marketing2
ทักษะนี้จำเป็นมากเมื่อคุณทำการตลาดให้กับลูกค้าหลายราย คุณจะต้องคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าควบคู่ไปกับความเป็นไปได้และศักยภาพของทีม การจำกัดขอบเขตให้ผลงานออกมาดีที่สุดโดยไม่เป็นการกดดันทีมและขัดแย้งกับลูกค้าจนเกินไป โดยผลลัพธ์ของการมีทักษะด้านนี้ที่แข็งแกร่งคือ ความสัมพันธ์อันดีภายในทีมและลูกค้าที่ยังคงใช้บริการการตลาดของคุณอยู่

6. การวิเคราะห์ข้อมูล

ไอเดียการวางแผนการตลาดคงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ปุ๊บปั๊บ หากแต่มาจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มาจากลูกค้า หรือ กลุ่มคนที่เข้ามาเล่นเกมในกิจกรรมของคุณ หรือ ลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ การวิเคราะห์ข้อมูลจะช่วยให้คุณรู้ว่าคุณกำลังเผชิญอยู่กับอะไร และต้องทำอะไรเป็นอย่างต่อไป

7. เรียนรู้ได้เร็ว

online-marketing3
หากคุณจะแข่งขันในโลกของการตลาดออนไลน์ที่ข้อมูลทุกอย่างวิ่งเร็วยิ่งกว่า f1 คุณจะต้องเรียนรู้ทุกอย่างให้เร็ว โลดของการการตลาดออนไลน์จะไม่มีวันหยุดรอคุณ คุณต้องเรียนรู้ว่าเทรนด์ไหนกำลังจะมา เทรนด์ไหนกำลังจะตาย คุณจะต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวได้อย่างรวดเร็วทุกสถานการณ์

8. การระดมความคิดอย่างสร้างสรรค์

ในบางครั้งการระดมความคิดเห็นแค่ถามมาตอบไปอาจไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร ในการระดมความคิดกับทีมในบางครั้งคุณอาจต้องอาศัยความรู้สึกและวางแบบแผนทิ้งไป สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การได้แลกปลี่ยนความคิดเพียงอย่างเดียวแต่อาจหมายถึงคุณซึ่งเป็นตัวกลางที่จะต้องดึงเอาความคิดเห็นที่มีประโยชน์เหล่านั้นออกมา และเก็บรวบรวมความคิดเห็นเหล่านั้นให้ได้มากที่สุดต่างหาก

9. ความเฉียบคมในเชิงรุก

online-marketing5
การเป็นนักการตลาดออนไลน์ที่เก่งกาจไม่ใช่การเกาะกระแสเพื่อไหลไปตามสถานการณ์ แต่คือการเป็นผู้นำเทรนด์ คือการมองเห็นสถานการณ์ที่จะสร้างโอกาสได้อย่างเฉียบคม ทักษะนี้อาจยากที่จะทำได้แต่คุณสามารถเรียนรู้ได้จากประสบการณ์

10. การปรับตัว

บางครั้งบางคราวแผนการตลาดก็อาจจะไม่ได้เป็นไปตามแผนเดิมที่คุณวางเอาไว้เสมอไป คุณต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัว ยืดหยุ่น และปรับเปลี่ยนแผนการเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ เพราะหลายครั้งการยึดติดอยู่แค่กับแผนการเดิมๆอาจทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่ลง
ไม่มีคำว่าผิดถูกในโลกของการตลาดออนไลน์ ในโลกของการตลาดสิ่งที่คุณต้องมีคือทักษะที่จะช่วยให้คุณสามารถนำแผนการที่วางเอาไว้ไปใช้ได้จริง มันมีแค่ได้ผลหรือไม่ได้ผลเท่านั้น
บริการสำหรับลูกค้าต้องการทำโฆษณา ติดหน้าแรก google/Facebook/IG และเรายังสามารถ รับสอน seo ขั้นพื้นฐานได้ และอยาก รับทำ seo เราก็จะจัดให้

กลยุทธ์ ที่จะทำให้คุณเปลี่ยนยอดขายที่ดีมากยิ่งขึ้น


โลกของการตลาดทุกวันนี้ไมได้หยุดอยู่แค่การนำเสนอสินค้าหรือบริการออกสู่สายตาผู้บริโภคด้วยเทคนิคเดิมๆ ที่เคยใช้กันอีกต่อไปเพราะโลกออนไลน์คือสิ่งที่ก้าวขึ้นมามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จจึงต้องรู้จักการใช้กลยุทธ์การตลาดออนไลน์มาช่วยส่งเสริมด้วยเช่นกัน

10 กลยุทธ์ ที่จะทำให้คุณเปลี่ยนยอดขายที่ดีมากยิ่งขึ้น

  1. มุ่งเน้นที่โซเชียลเน็ตเวิร์ค – ทุกวันนี้เครือข่ายอย่างโซเชียลเน็ตเวิร์คไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Twitter, Line และอื่นๆ คือสื่อที่คนทั่วไปให้ความสนใจมากที่สุดเพราะฉะนั้นจำเป็นจะต้องมุ่งเน้นการตลาดไปที่นี่มากที่สุด
  2. สร้างความน่าสนใจบนโลกออนไลน์ – ไม่ว่าจะเป็นการทำคลิปวีดีโอ, บทความ หรืออะไรก็ตามแต่ที่เมื่อเผยแพร่ลงในโซเชียลเน็ตเวิร์คแล้วจะโดนใจจนมีคนกดไลค์ และแชร์ไปให้ไกลได้มากที่สุดยิ่งทำให้โด่งดังได้เร็ว
  3. ใช้ผู้มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ – ทุกวันนี้คำว่าเน็ตไอดอล หรือเพจดังต่างๆ คือสิ่งที่คนให้ความสนใจมาก การฝากให้คนเหล่านี้โฆษณาหรือประชาสัมพันธ์จะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว
  4. สร้างตำแหน่งให้ธุรกิจ – หมายถึงการสร้าง Location ให้กับธุรกิจของตัวเองแล้วอาจใช้การตรวจสอบบ่อยๆ ว่ามีใครเช็คอินหรือไม่โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารจะค่อนข้างได้ผลมากหากวางตำแหน่งธุรกิจให้คนเช็คอินได้
  5. ใช้พันธมิตรบนโลกออนไลน์ – ทุกวันนี้เว็บหรือแอพพลิเคชั่นที่เป็นตัวกลางสำหรับการขายสินค้ามีมากมาย ธุรกิจอาจเลือกใช้ช่องทางเหล่านี้ในการทำการตลาดออนไลน์ก็ได้เหมือนกัน เพราะบ่อยครั้งที่ลูกค้าเข้าไปเว็บเหล่านี้มากกว่าเว็บขายสินค้าโดยตรง
  6. สร้างการเข้าถึงในหลากหลายอุปกรณ์ – พูดง่ายๆ คือ หากมีเว็บไซต์แล้วก็อาจสร้างแอพพลิเคชั่นสำหรับความสะดวกสบายในการเข้าจากมือถือที่จะช่วยให้เข้าถึงธุรกิจได้มากขึ้น
  7. พยายามทำให้ลูกค้าเข้าใจง่ายมากที่สุด – การสร้างโฆษณาหรือแม้แต่การจะให้ลูกค้าซื้อสินค้าของเราควรทำอะไรที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน เพราะความยุ่งยากจะทำให้เกิดความเบื่อหน่ายในการซื้อสินค้าหรือบริการ
  8. ใช้การเก็บข้อมูลมาเป็นการบ้าน – ไม่ว่าจะเป็นสถิติผู้เข้าชมเว็บ ยอดไลค์ ยอดแชร์ สิ่งเหล่านี้สามารถนำมาเป็นข้อมูลเพื่อปรับเปลี่ยนหรือปรับปรุงกลยุทธ์ทางการตลาดให้เกิดความน่าสนใจได้มากยิ่งขึ้น
  9. สร้างกระแสที่ดีอยู่เสมอ – ความเป็นจริงของโลกออนไลน์คืออะไรที่รวดเร็ว น่าสนใจ การสร้างกระแสให้กับธุรกิจในทางที่ดีจะช่วยสร้างการจดจำให้กับผู้คนบนโลกออนไลน์ได้เป็นอย่างดี จนทำให้เกิดการจดจำและน่าเชื่อถือ
  10. สร้างการ์ตูนจำลองให้เป็นภาพจำ – การใช้มาสคอตบนโลกออนไลน์โดยการออกแบบให้มีความเข้าใจในธุรกิจพร้อมกับตั้งชื่อให้น่าสนใจจะช่วยสร้างภาพจดจำให้กับกลุ่มลูกค้าได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถต่อยอดในการเอามาขายสินค้าได้ด้วย
บริการสำหรับลูกค้าต้องการทำโฆษณา ติดหน้าแรก google/Facebook/IG และเรายังสามารถ รับสอน seo ขั้นพื้นฐานได้ และอยาก รับทำ seo เราก็จะจัดให้

Tuesday, March 12, 2019

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการตลาดออนไลน์

เมื่อพูดถึงการตลาดออนไลน์หลายคนคงเชื่อว่าใช้การตลาดบน Social media นั้นเป็นวิธีที่ง่ายและตอบโจทย์ในหลากหลายความต้องการ เชื่อว่าง่ายกว่าการตลาดแบบเดิมๆ ซึ่งนักการตลาดหลายๆ คนก็มีความเชื่อที่ว่าในส่วนของการเสียค่าใช้จ่ายคือน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ จึงส่งผลให้การตลาดออนไลน์ยังคงมีอิทธิพลต่อเนื่อง นักการตลาดทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับการศึกษา Social media marketing อย่างจริงจังตลอดเวลา
แต่การทำการตลาดออนไลน์นั้น ก็ไม่ได้ทำง่ายๆ อย่างที่คุณคิด ต้องศึกษารายละเอียดให้ดี เพราะถ้าหากศึกษาที่ไม่รอบด้านก็อาจจะทำให้คุณไปหลงเชื่อความเชื่อที่ผิดๆ ซึ่งอาจจะเป็นหลุมพรางทำให้คุณหลงทางและเสียเวลาได้

ทาง IZEESEO Digital Marketing จึงได้รวบรวมความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการตลาดออนไลน์บนโซเชียลมีเดีย ที่หลายๆคนชอบมโนขึ้นมาเองในการทำการตลาด จนอาจมีอิทธิพลกับนักการตลาดบางกลุ่ม และอาจเป็นความเข้าใจผิดที่สามารถขัดขวางในการทำการตลาดบนสื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างน่าเป็นห่วง มีด้วยกันถึง 8 ความเชื่อด้วยกัน ได้แก่
  • ความเชื่อเรื่องการมุ่งเน้นโฟกัสไปที่จำนวน likes และจำนวนผู้ติดตามมากเกินไป
  • ความเชื่อเรื่องการทำตลาดบนสื่อ Social media นั้นฟรี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
  • ความเชื่อเรื่องการที่ได้รับความชื่นชม หรือยอดการเข้าถึงทางสื่อสังคมมาก นับว่าประสบความสำเร็จ
  • ความเชื่อเรื่องแบรนด์ของเราควรจะใช้งานได้บนทุกแพลตฟอร์ม
  • ความเชื่อเรื่องความแตกต่างคือความเจริญในการทำ Social media marketing
  • ความเชื่อเรื่องการได้ผู้ชมนั้นต้องมาอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ความเชื่อเรื่องแฮชแท็กเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
  • ความเชื่อเรื่องโซเชียลมีเดียไม่ให้ผลกำไรตอบแทน
สื่อสังคมออนไลน์เป็นกลยุทธ์ที่มีคุณค่าและคุ้มค่า และแน่นอนมันไม่มีของฟรีในโลก อย่างไรก็ตามเพื่อให้เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงในการทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย  คุณจำเป็นต้องรู้อย่างชัดเจนว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ และพยามหลีกเลี่ยงในการมโนเกี่ยวกับความเชื่อในเรื่องเหล่านี้
บริการสำหรับลูกค้าต้องการทำโฆษณา ติดหน้าแรก google/Facebook/IG และเรายังสามารถ รับสอน seo ขั้นพื้นฐานได้ และอยาก รับทำ seo เราก็จะจัดให้

Monday, March 11, 2019

วิธี เป็นนักตลาดออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ


ไม่ว่าคุณจะเป็นนักการตลาดมืออาชีพ หรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องการทำตลาดออนไลน์ด้วยตัวเอง บางคนอาจมีไอเดียใหม่ๆ ตลอดเวลา บางคนต้องฝึกฝนจนกว่าจะเก่ง สิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องมีเหมือนๆ กันคือ ความเป็นมืออาชีพ สวมวิญญาณนักการตลาดออนไลน์ มาดูกันว่า 10 ลักษณะที่จำเป็นต้องมีในการทำตลาดออนไลน์คืออะไร

1. รู้จักการผสมนั่นผสมนี่

การตลาดออนไลน์ก็เปรียบเหมือนกับภาพปริศนาชิ้นใหญ่ ที่มีความซับซ้อน โดยเฉพาะการทำ SEO, การใช้คีย์เวิร์ด, link-building รวมถึงเทคนิคต่างๆ และรู้จักการใช้ Social media อย่างเข้มข้น ทุกอย่างต้องใช้ประสบการณ์ ซึ่งนักการตลาดออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จจะต้องผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน เมื่อคุณเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกันได้แล้ว ก็มีโอกาสที่การทำการตลาดของคุณจะประสบความสำเร็จ

2. อดทน

การทำตลาดออนไลน์ในปัจจุบันอาจดูรวดเร็ว วันสองวันก็เห็นผลตอบรับ แต่ก็ไม่ใช่ทุกกรณี แม้ว่าแคมเปญของคุณอาจไม่เห็นผลใน 1 เดือน หรือ 1 ปี คุณก็ต้องพร้อมที่จะทำงานอย่างต่อเนื่อง มุ่งสู่เป้าหมายโดยไม่สูญเสียความตั้งใจ บางครั้งผลตอบรับในระยะสั้นก็อาจทำให้เราหมดกำลังใจได้ง่าย แต่ถ้าคุณอดทน ผลลัพธ์ก็จะคุ้มค่ากับการรอคอย

3. ไม่หยุดเรียนรู้

ทั้งการทำ SEO, Google AdWords และยังมี Social Media ที่เกิดใหม่ขึ้นเรื่อยๆ ทุกอย่างล้วนมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คุณต้องเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์ ติดตามข่าวสารในแวดวงธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานสัมมนา และอย่าลืมสร้างสัมพันธ์กับคนในวงการเดียวกันด้วย

4. ต้องน่าเชื่อถือ

แม้จะมีความน่าเชื่อถืออยู่แล้ว ก็ต้องมากกว่าเดิม เพื่อให้สื่อสารสิ่งต่างๆ ไปยังกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น สำหรับการทำตลาดออนไลน์ ความน่าเชื่อถือจะอยู่ที่การถูกพูดถึง ถ้าโดนตำหนิ หรือพบข้อผิดพลาด ก็ต้องรีบแก้ไขอย่างเร่งด่วน

5. สามารถควบคุมทุกอย่างได้

นักการตลาดออนไลน์ส่วนใหญ่มักจะว่าจ้างหน่วยงานภายนอก หรือฟรีแล้นซ์ เพื่อให้พวกเขาทำงานบางอย่างให้ เพราะมันเป็นเรื่องยากที่คนๆ เดียวจะเก่งทุกอย่าง อาทิ การเขียน การสื่อสาร การใช้ Social Media, การทำ SEO ฯลฯ ด้วยเหตุนี้ทำให้นักการตลาดต้องมีทักษะการบริหารจัดการเพื่อนร่วมงาน รวมถึงต้องรู้จักสร้างแรงบันดาลใจ และกระตุ้นคนรอบข้างให้มีกำลังใจทำงานจนเสร็จได้

6. ดูแลลูกค้าในระยะยาว

หน้าที่สำคัญของนักการตลาดคือ การสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า ด้วยการวางแผนและสร้างกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับแบรนด์ พวกเขาจะลงมือทำจริง ไม่ใช่แค่พูดเรื่อยเปื่อย ยิ่งแคมเปญประสบความสำเร็จมากเพียงใด ลูกค้าก็จะรู้สึกดีมากขึ้นเท่านั้น นักการตลาดออนไลน์จึงต้องรู้จักสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาว ตอบสนองพวกเขาให้มากกว่าที่ต้องการ เพราะสุดท้ายแล้วความสัมพันธ์ของคุณกับลูกค้าตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจ

7. เป็นนักสื่อสารที่ดี

การสื่อสาร ถือเป็นทักษะที่นักการตลาดออนไลน์ทุกคนควรมี ซึ่งทักษะการสื่อสารนี้ไม่ได้หมายถึงการเขียน หรือการพูด แต่หมายถึง การสื่อสารอย่างชัดเจน และมีความเป็นมืออาชีพ คุณต้องถ่ายทอดความคิด ให้ลูกค้าและทีมของคุณเห็นภาพ นอกจากนี้ ทักษะเรื่องการฟังก็สำคัญเช่นกัน การรับฟังมุมมอง และความคิดจากคนอื่นจะช่วยให้คุณพัฒนาตัวเองได้มาก

8. ทำให้เกิดขึ้นจริง

ถ้าให้อธิบายความฝัน หลายๆ คนคงเล่าได้เป็นฉากๆ แต่ถามว่ามันเกิดขึ้นจริงได้หรือไม่ ตราบใดที่คุณทำงานอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ทักษะ ความรู้ การคิดวิเคราะห์ ก็ยังเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จอยู่ บางคนอาจชอบวางแผน แต่กลับไม่สามารถนำมาทำจริงได้ หรือทำไปครึ่งนึงแล้วก็ไปต่อไม่ได้ แบบนี้คุณก็จะเสียพลังงานไปเปล่าๆ เพราะฉะนั้น แผนงานที่คิดก็ควรทำได้จริง

9. มีเทคนิคในการเล่าเรื่อง

ทุกวันนี้การทำตลาดไม่ได้ง่ายเหมือนก่อน ยิ่งผู้คนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตมากเท่าไร การทำงานก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าแบรนด์จะสื่อสารอะไรไป ผู้บริโภคก็ยังไม่ปักใจเชื่อทันที หน้าที่ของนักการตลาดออนไลน์คือ สร้างกลยุทธ์ Storytelling ที่ใช้การเล่าเรื่องเหมือนนิทาน ที่มีการเรียงร้อยเรื่องราวต่างๆ และสร้างอารมณ์ให้เกิดความสนใจ พยายามทำให้ผู้บริโภครู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ให้ได้

10. ต้องรู้จักใจเย็นๆ

เหมือนสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” หมายถึง การทำอะไรด้วยความรอบคอบ ไม่ต้องรีบร้อน ใจเย็นๆ ค่อยๆ เก็บรายละเอียดไปทีละนิด การทำตลาดออนไลน์ก็เช่นกัน ตอนแรกคุณอาจกำหนดเป้าหมายระยะยาวไปแล้ว แต่เมื่อเห็นเทรนด์ หรือกระแสมาแรงใหม่ๆ ก็พร้อมที่จะเปลี่ยนเป้าหมายทันที ซึ่งบางครั้งกระแสเหล่านี้ก็ไม่เกี่ยวกับแบรนด์ ก็ไม่จำเป็นต้องหยิบมาใช้
บริการสำหรับลูกค้าต้องการทำโฆษณา ติดหน้าแรก google/Facebook/IG และเรายังสามารถ รับสอน seo ขั้นพื้นฐานได้ และอยาก รับทำ seo เราก็จะจัดให้

Friday, March 8, 2019

เทรนด์การตลาดออนไลน์ Digital Marketing Trends 2018

ภาพประกอบจาก Pexels
1) Integrated Marketing
ที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าแต่ละหน่วยงานจะทำงานแยกกันเสียเป็นส่วนใหญ่ เช่น marketing ได้รับหน้าที่ให้ผลิตสินค้าก็ผลิตไป ส่วน marketing communication (หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า marcom) ก็รับบรีฟจาก marketing ให้สื่อสารตามหน้าที่กันไป
แต่จะดีกว่านี้ไหมถ้ามีการบูรณาการเกิดขึ้นอย่างจริงจัง เช่น marketing จะผลิตสินค้าใหม่โดยคำนึงว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นใคร สามารถสื่อสารได้ด้วยจริงๆ ใช่ไหม ตัวสินค้ามีคุณสมบัติเด่นที่สามารถเอาไปสื่อสารให้น่าสนใจได้ใช่มั้ย
ในส่วนของคนทำ marcom มักจะได้รับโจทย์คือ “ทำครีเอทีฟแคมเปญอะไรก็ได้ ที่ใหญ่ๆ ดังๆ ปังๆ เปรี้ยงๆ” แต่ครีเอทีฟส่วนใหญ่ จะนึกถึงแค่สิ่งที่ตัวเองจะทำ โดยไม่ได้คิดไปไกลถึงขนาดว่า ฝ่ายสื่อสารจะเอาสิ่งที่ครีเอทีฟทำ (ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญ ไวรัลวิดีโอ หรืออื่นใด) ไปสปินต่อเพื่อให้เกิดผลที่ดีที่สุดนั้นจะต้องทำยังไงบ้าง และมักให้เป็นหน้าที่ของทีมโซเชียล ซึ่งสุดท้ายก็จบด้วยท่ามาตรฐาน อย่างการโพสต์รูป หรือการใช้ influencer
แต่มันจะดีกว่าไหม ถ้าทุกอย่างเชื่อมโยงและคิดเผื่อกันมาตั้งแต่ต้น เป็น 360 องศามาร์เก็ตติ้งที่แท้จริง
โลกออนไลน์มันบังคับให้วิ่งเร็วเราก็ต้องวิ่งตามโลก วิ่งไม่ทันก็ตาย หรือก็ทิ้งทุกอย่างไปพักในโลกออฟไลน์ (ถ้ามีเงินเก็บเหลืออยู่) แต่ถ้ายังอยากอยู่ในโลกออนไลน์ การมองว่าจะทำอะไร จะขายอะไร จะทำแคมเปญอะไร ก็ต้องคิดเผื่อการสื่อสารในทุกช่องทางด้วย

2) Big Data & Analytics

พูดกันทุกปีว่าโลกเข้าสู่ยุค Big Data แต่จริงๆ การวิเคราะห์ข้อมูลก็มีมาก่อนยุคออนไลน์ตั้งนานแล้ว เพียงแต่ยุคออนไลน์ทำให้ข้อมูลเก็บได้ง่ายขึ้น สะสมได้ง่ายขึ้น
แต่แค่นี้ไม่พอหรอก เพราะการมี Big Data ได้ ถือว่าดี แต่จะให้ดีกว่านั้น ต้องวิเคราะห์มันได้ด้วย ถ้ามีใครที่เก่งถึงระดับ วิเคราะห์ได้ว่าจริงๆ แล้ว คนที่กดไลก์เพจเรา เค้าเอนเกจกับเราจริงๆ ไหม และนอกจากจะเอนเกจกับเรา แล้วไปเอนเกจกับเพจอื่น แบรนด์อื่นมั้ย หรือวิเคราะห์ออกมาเป็นใดๆ ที่สามารถเค้นเอา real insights ออกมาได้ จะเท่มาก
เคยได้ยินจากพี่คนนึงที่เคารพว่า insights ที่เห็น อาจจะไม่ใช่ insights ที่เป็น เช่น ผู้ชายถามแฟนว่า “จะกินอะไร” ผู้หญิงตอบว่า “อะไรก็ได้” ถามว่าผู้หญิงคิดว่ากินอะไรก็ได้จริงๆ หรือเปล่า คำตอบคือไม่ใช่ ฉันใดก็ฉันนั้น นักวิเคราะห์จึงต้องต้องหา real insights มาให้จงได้
ภาพจาก Facebook

3) Fanpage ไม่สำคัญเท่า Engage

จริงๆ ก็ไม่อยากเรียกว่าแฟนเพจเพราะเป็นศัพท์เก่ามาก แถมเฟซบุ๊กก็ไม่ค่อยใช้แล้ว แต่จะเรียกว่า likes ตามนิยามใหม่ของเฟซบุ๊กก็งงอีก
เอาเป็นว่าถ้าจะปั้นเพจบนเฟซบุ๊กในยุคสมัยนี้ การวัดค่า KPI ไม่ควรเป็นจำนวนคนที่มาไลก์เพจ เพราะในยุคก่อนที่มาร์คซักเกอร์เบิร์กไม่ลด reach แล้วทำแอปอะไรก็หลอกกด like เพจก่อนถึงจะเล่นได้ ทำให้จำนวน like ของเพจมีอาการเฟ้อกันไปมาก
จะเห็นว่ายุคนี้เพจระดับล้านไลก์แต่ engagement rate ต่ำเตี้ยแทบจะเรียกว่าเป็นเพจที่ตายแล้ว มีจำนวนเยอะแยะมาก ถ้าจะโฟกัสที่ออนไลน์ โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก การปั้นยอด like เพจให้ได้ซักหมื่นก็ไม่แย่แล้ว แต่สิ่งที่ยากกว่ามากคือจะรักษาคนให้ engage กับเพจด้วยวิธีการใด อันนั้นเป็นเรื่องที่ต้องคิดกันเยอะมาก

4) หัดลองแพลตฟอร์มโซเชียลอื่นๆ บ้าง

เป็นอีกเรื่องที่แวดวงการตลาดออนไลน์พูดกันทุกปี แต่ก็ไม่เข้าใจกันทุกปี อย่างทวิตเตอร์นี่คนเล่นเยอะขึ้นทุกปี แต่แบรนด์ส่วนใหญ่ก็ยังไม่รู้จะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับมันได้อย่างไร หรือถ้ามาก็มาแบบเคอะๆ เขินๆ
หรืออีกตัวอย่างก็คือ เวลาแบรนด์จะ live อีเวนต์ใดๆ ก็จะชอบไปโฟกัสที่ Facebook เป็นหลัก ทั้งๆ ที่จริงๆ ไป live ใน YouTube, Instagram, Twitter ก็ได้ แพลตฟอร์มพวกนี้มีฟีเจอร์ดังกล่าวหมด แถมบางเจ้าทำดีกว่า Facebook ด้วย เช่น YouTube เนี่ย เราสามารถย้อนดู live ทั้งๆ ที่ื live กำลังแพร่ภาพอยู่ ในขณะที่ Facebook ทำไม่ได้
เอาเป็นว่าถ้าอยากเข้าธรรมชาติของคนเล่นทวิตเตอร์, Instagram, YouTube และอื่นๆ การลองแหย่ๆ บ้างก็ไม่เสียหาย แต่ก็ต้องใช้ประโยชน์ของแต่ละแพลตฟอร์มให้เป็นประโยชน์และเข้าใจมันจริงๆ เพราะท้ายที่สุดการกระจายคอนเทนต์ไปลงแพลตฟอร์มอื่นๆ อย่างน้อยก็ไม่ได้โดนลด reach แบบเฟซบุ๊ก
ภาพจาก Twitter

5) ทำงานควรมี strategy (และเคารพด้วย)

กระบวนการของการทำตลาดออนไลน์ มีขั้นตอนชัดเจน เริ่มจาก
  • strategy (กลยุทธ์) ต้องชัดแต่แรก
  • execution (การลงงาน) ต้องแน่น แล้วเคารพ strategy
  • insights (ข้อมูล) ต้องดูนะ ไม่ใช่ยึดมั่นว่าจะเป็นในสิ่งที่ consumer ไม่ได้อยากจะเห็น
  • optimization (ปรับแต่ง) ถ้าแผนที่วางมาไม่เวิร์ก ก็ต้องยืดหยุ่นหน้างาน แต่ไม่ใช่เปลี่ยน strategy ซะแทบพลิกกระดานจากประสบการณ์เคยเจอ strategy ของงานนึง วางมาดีมาก แต่กลับแพ้ความต้องการของลูกค้า กลายเป็นว่า execution ไม่ได้พึ่งพิง strategy ที่ทำมาเลย น่าเสียดายมาก เพราะยังไม่รู้เลยว่าที่คิดกลยุทธ์มาตอนแรกมันใช้ได้มั้ย แถมสิ่งที่เปลี่ยนไป ก็เห็นอยู่ว่าเปลี่ยนแล้วก็ใช่ว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีดังนั้นเอาเป็นว่า optimize ได้ แต่อย่าล้มกระดาน ยกเว้นกระดานไม่เวิร์กแล้ว (คือทำออนไลน์ยังไง strategy มันต้องปรับเปลี่ยนตลอดอยู่แล้ว) ก็กลับไปเปลี่ยนไปปรับได้
  • analyzation ทุกครั้งที่ทำอะไรจบ ต้องวิเคราะห์หา key findings ว่าอะไรดีก็ทำต่อ อะไรไม่ดีก็จำเป็นบทเรียน แต่เราพบว่าหลายครั้งที่ออกแคมเปญจบ ทีมกลับไม่เคยมานั่งคุยกันจริงจังว่าที่ทำไป เวิร์กหรือไม่เวิร์ก แถมบางทีก็มโนกันเอาเองในทีมว่า ตอนที่ยิงงานออกมามันต้องดีมาก แต่พอออกแคมเปญจริงอย่างกริ๊บบบบบ (ไม่ว่าจะอัดฉีดเงินไปเท่าไหร่ หึหึ) ว่ากันตรงๆ ว่าต้อง คิด วิเคราะห์ แยกแยะ กันให้ได้จริงๆ แหละ
ภาพจาก Twitter

6) จะ mass หรือจะ niche ชีวิตต้องเลือก

เวลาจะกำหนด brand character จะต้องชัดเจน ยุคนี้ไม่ใช่ยุคไบโพลาร์ จะมาจับปลาสองมือไม่ได้ วันนึงนึกจะเกาะแมสก็เกาะ วันนึงอยากจะนิชจัดๆ คนก็จะงง ไม่เข้าใจ และไม่อยากเสพคอนเทนต์ ดังนั้น จะแมสหรือจะนิช มันมี pros and cons ในตัวเอง ชั่งน้ำหนักแล้วเลือกเอาว่าเราจะไปในทิศทางไหน

7) อย่าลืม Insights แบบไทยๆ

หลายครั้งเวลาทำงานเรามักจะเอาสถิติหรือองค์ความรู้ของเมืองนอกมาอ้างอิง ซึ่งก็ไม่ผิด แต่มีหลายๆ อย่างที่มันเป็นบริบทแบบ “ไทยสไตล์” และฝรั่งไม่ทำ เช่น “ไลฟ์ขายของ” “ฝากร้านในไอจี” มันเป็นความไทยที่เมืองนอกเค้าก็เปิดโลกเหมือนกัน
ตรงนี้ถือเป็นท่าที่อาจพลิกแพลงใช้งานได้ตามความเหมาะสม ไม่ต้องใช้ตลอดเวลา แต่อย่าปิดหนทาง
Facebook Live แบบ AR (ภาพจาก Facebook)

8) Back to Basic

ตอนนี้มันมาถึงจุดอิ่มตัวด้านเทคโนโลยี ทุกคนทำตามๆ กันได้หมด สมัย QR Code ก็ QR Code กันทั้งบ้านทั้งเมือง สมัย AR ก็มีแอปมีเกมอะไรก็ว่ากันไป มี 360 photos ก็เล่นกันทุกเพจ พอมี gif ก็เล่น gif มันอยู่นั่นแหละ
ปีนี้มี live photo ก็ live photo วนไปโดยไม่ได้สนใจว่ามันเล่นในคอมไม่ได้  555
เพราะฉะนั้นเชื่อว่าทุกที่ทันเรื่องเทคโนโลยีหมดแหละ การอวดว่าชั้นทำนั่นนี่ได้ก็ว้าวนะ แต่แล้วไงต่อ มันไม่ยั่งยืน ยังไงก็เชื่อว่า content is king ใช้ได้ผลเสมอ ไม่ว่าจะแพลตฟอร์มไหน ยกเว้นจะแบบ โอ้โหโฟกัสที่ AI ว่าจะทำ AI ที่ผลิตไวรัลวิดีโอได้แบบ การันตี 1 วิดีโอ 10 ล้านวิว เอออย่างนี้ค่อยน่ากรี๊ดหน่อย

ส่วนตัวปีนี้ไม่มีอะไรว้าวเลย แม้แต่วิดีโอโปรโมตแบรนด์ที่ไป collaborate กับ YouTube content provider ระดับโลกซึ่งน่าเศร้านะ
บริการสำหรับลูกค้าต้องการทำโฆษณา ติดหน้าแรก google/Facebook/IG และเรายังสามารถ รับสอน seo ขั้นพื้นฐานได้ และอยาก รับทำ seo เราก็จะจัดให้